เทคนิคการทำงานส่งเสริมการเกษตร

เอกสารเทคนิคการทำงานส่งเสริมการเกษตร

การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

เอกสารการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

แผนผังก้างปลา (Fish Bone)

แผนผังก้างปลา (Fish Bone) หรือแผนผังสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram)
เป็นแผนผังที่ใช้แสดงความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบระหว่างสาเหตุหลาย ๆ สาเหตุที่เป็นไปได้ที่ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาหนึ่งปัญหา โดยจะใช้เมื่อต้องการจะวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง

เมื่อไหร่จึงจะใช้แผนผังก้างปลา…
1. เมื่อต้องการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา
2. เมื่อต้องการทำการศึกษา ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จักกับกระบวนการอื่น ๆ เพราะว่าโดยคนส่วนใหญ่จะรู้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ของตนเท่านั้น แต่เมื่อมีการทำผังก้างปลาแล้ว จะทำให้เราสามารถรู้ปัญหารวมง่ายขึ้น
3. เมื่อต้องการให้เป็นแนวทางในการระดมสมอง ซึ่งจะช่วยให้ทุก ๆ คนให้ความสนใจในปัญหาของกลุ่มซึ่งแสดงไว้ที่หัวปลา

วิธีการทำแผนผังก้างปลา
สิ่งสำคัญในการสร้างแผนผัง คือ ต้องทำเป็นทีม เป็นกลุ่ม ใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอน
1. กำหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา วาดตามแนวนอนของกระดาษ เขียนปัญหาให้กระชับ ชัดเจน และเป็นประเด็นปัญหาประเด็นเดียว
2. กำหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญหานั้น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำแผนผังก้างปลา
3. ระดมสมองเพื่อค้นหาสาเหตุของแต่ละปัจจัยดังกล่าว และเพื่อหาสาเหตุย่อยในแต่ละปัจจัยด้วยคำถามแลกเปลี่ยน “ทำไมๆๆๆ…จึงเกิดขึ้น” หากผู้เข้าร่วมคิดสาเหตุไม่ออกสามารถแลกเปลี่ยนร่วมกันในเวทีได้แต่ต้องไม่ชี้นำทางความคิด
4. สอบทานความเป็นเหตุเป็นผลด้วยประโยคที่ว่า “เพราะ..(สาหตุ)…จึงทำให้เกิด…(ผล)…ของปัญหา
5. จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ โดยให้ความสำคัญกับสาเหตุที่มีผลกระทบกับหัวปลามาก ๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการแก้ปัญหา ทั้งนี้
ต้องเลือกสาเหตุที่จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหามาก แนวทางต้องง่าย ไม่ซับซ้อน ทำได้เอง
6. จัดทำแนวทางการปรับปรุงปัญหาตามสาเหตุหลักและสาเหตุรอง

แผนที่ความคิด (MIND MAP)

MIND MAP : แผนที่ความคิด
เครื่องมือจดบันทึกความคิดของเราเปรียบเสมือนการจำลองความคิดจากสมองลงสู่กระดาษ โดยออกมาในลักษณะคล้ายแผนที่ แผนภาพที่แตกแขนงออกเหมือนกิ่งไม้ และเชื่อมโยงกัน เหมือนเซลล์ประสาทในสมอง โดยจะใช้ภาพ เส้น สี สัญลักษณ์ และคำสำคัญ มาใช้วาดจากตรงกลางแล้วกระจายความคิดออกไป แทนการเขียนบันทึกด้วยตัวอักษรเรียงเป็นบรรทัดยาว ๆ

การนำ MIND MAP ไปใช้ จะใช้เมื่อไหร่ ????

  • ใช้ระดมพลังสมอง
  • ใช้นำเสนอข้อมูล
  • ใช้จัดระบบความคิดและช่วยความจำ
  • ใช้วิเคราะห์เนื้อหาหรืองานต่าง ๆ
  • ใช้สรุปหรือสร้างองค์ความรู้

หลักการเขียน MIND MAP
1. ตั้งต้นกระดาษเป็นแนวนอน เหมือนการจำลองการทำงานของสมอง เริ่มต้นวาดจากที่จุดกึ่งกลางกระดาษด้วย “ใจความสำคัญ” หรือ “Key Concept” หรือ “แก่นกลาง” ของเรื่องที่จะบันทึก
2. จับประเด็นลากเส้น “คำสำคัญ” หรือ “Key Word” โดยลากออกจากแก่นกลาง ซึ่งเรียกว่า “กิ่งแก้ว” เพื่อขยายความใจความสำคัญ และหากมีประเด็นย่อยที่ขยายใจความรอง จึงลากเส้นต่อขยายเราเรียกว่า “กิ่งก้อย” ทั้งนี้ การจับประเด็นไม่ควรเขียนประโยคยาว ๆ แต่ให้สรุปใจความสั้น ๆ
ทั้งนี้ สามารถใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์แทนคำสำคัญ โดยใช้ปากกาหลากสีแทนกิ่งแก้ว วาดเส้นให้โค้งแทนเส้นตรง เส้นจะลากออกจากตรงกลางใจความสำคัญ เส้นกิ่งแก้วและกิ่งก้อยเป็นสีเดียวกัน

หลักการจับประเด็นสำคัญประกอบการทำ MIND MAP คือ
1. การจับประเด็นจะประกอบไปด้วยใจความหลักและใจความรอง โดยการจับประเด็นใจความหลักจะใช้หลัก 5W 1H ซึ่งประกอบด้วย ใคร ทำอะไร ทำที่ไหน ทำเมื่อไหร่ และทำอย่างไร เพื่อหาคำสำคัญในใจความสำคัญที่ต้องการบันทึก
2. ผู้บันทึกสามารถจับความสำคัญรองได้จากบริบทประกอบ ท่าทาง น้ำเสียง แววตาที่ผู้ถ่ายทอดต้องการสื่อสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบใจความสำคัญ

เทคนิคการจับประเด็น

  • ฟังอย่างมีสมาธิ ไม่วอกแวก หรือคิดถึงสิ่งอื่น
  • จับประเด็นของผู้พูดให้ได้เร็วที่สุด เขียนไว้กลางหน้ากระดาษ
  • จับคำสำคัญในประเด็นที่ฟัง ได้ประเด็นรอง นำมาเขียนต่อกับประเด็นหลักในคำสำคัญ จับประเด็นย่อยๆ นำมาเชื่อมโยงกัน โดยใช้สีและเส้นเป็นตัวเชื่อมโยง

ข้อควรระวังระหว่างการจับประเด็น

  • ฟังไม่ทัน (มีสมาธิ ตั้งใจฟัง)
  • จับประเด็นไม่ถูก แยกไม่ออกไม่รู้ว่าควรเป็นหมวดใด กลุ่มใด (จับคำสำคัญ)
  • ไม่รู้ว่าจะวางเรื่องอย่างไร อันไหนควรเป็นเรื่องหลัก (จุดประสงค์/เป้าหมาย) เรื่องรองหรือเรื่องย่อย ๆ ลงมา (เสริมให้สมบูรณ์มากขึ้น)

ตัวอย่างแผนที่ความคิด (MIND MAP)

กระบวนการพัฒนามิสเตอร์พืชในงานส่งเสริมการเกษตร

กระบวนการพัฒนามิสเตอร์พืชในงานส่งเสริมการเกษตร ประกอบด้วย 5 บทเรียน

เอกสารกระบวนการพัฒนามิสเตอร์พืชในงานส่งเสริมการเกษตร

วีดีทัศน์กระบวนการพัฒนามิสเตอร์พืชในงานส่งเสริมการเกษตร

ตอนที่ 1.1 หลักการ แนวคิดและบทบาทในการเป็นมิสเตอร์พืช

ตอนที่ 1.2 คุณลักษณะของมิสเตอร์พืช

ตอนที่ 2.1 องค์ความรู้กระบวนการห่วงโซ่อุปทานการผลิตพืช (Supply Chain)

ตอนที่ 2.2 องค์ความรู้ในการส่งเสริมสำหรับมิสเตอร์พืช

ตอนที่ 2.3 องค์ความรู้ด้านการวิจัย

ตอนที่ 2.4 การจัดการความรู้ (Knowledge Management)

ตอนที่ 3.1  การปรับทัศนคติกำหนดทิศทางและแผนพัฒนา

ตอนที่ 3.2 การถอดบทเรียนการจัดเก็บและการถ่ายทอดความรู้

ตอนที่ 4.1 กรณีศึกษาการพัฒนามิสเตอร์มะม่วง

ตอนที่ 4.2 กรณีศึกษาการพัฒนามิสเตอร์มันสำปะหลัง

ตอนที่ 4.3 กรณีศึกษาการพัฒนามิสเตอร์พืชผัก

ตอนที่ 4.4  กรณีศึกษาการพัฒนามิสเตอร์ส้มโอ

ตอนที่ 4.5 กรณีศึกษาการพัฒนามิสเตอร์มะนาว