วิธีลดความประหม่า ตื่นเต้น ความเครียด เมื่อต้องเป็นผู้พูดในที่สาธารณะ
1. เพิ่มความมั่นใจโดยเตรียมตัวให้เป๊ะ
2. ฝึกสมาธิ ตั้งสติ อยู่กับตัวเอง หายใจเข้าลึกๆ
3. ดื่มน้ำ เยอะๆ
4. สำรวจสถานที่
5. พูดคุย สบตา สร้างความคุ้นเคยกับผู้ฟัง
วิธีลดความประหม่า ตื่นเต้น ความเครียด เมื่อต้องเป็นผู้พูดในที่สาธารณะ
1. เพิ่มความมั่นใจโดยเตรียมตัวให้เป๊ะ
2. ฝึกสมาธิ ตั้งสติ อยู่กับตัวเอง หายใจเข้าลึกๆ
3. ดื่มน้ำ เยอะๆ
4. สำรวจสถานที่
5. พูดคุย สบตา สร้างความคุ้นเคยกับผู้ฟัง
คุณสมบัติของผู้พูดในที่สาธารณะ
1. มีไหวพริบปฏิภาณ มั่นใจในตัวเอง
2. บุคลิกภาพดี เป็นธรรมชาติ คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง
3. น้ำ เสียงนุ่มนวล ชวนฟัง พูดไม่ติดขัด ไม่สั่นเครือ ถูกจังหวะ ไม่ดัง/เบาเกินไปเน้นถ้อยคำ
4. ใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษาไทย
5. สนใจ/ศึกษาหาความรู้/เหตุการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ
ศิลปะการพูดในที่สาธารณะ
1. ลำดับการพูด และใช้ภาษากระชับ เข้าใจง่าย
2. สบตาผู้ฟัง บุคลิกมั่นคง สง่า เข้าถึงได้
3. พูดอย่างกระตือรือร้น ใช้น้ำเสียงหลากหลาย
บทบาทหน้าที่ของผู้พูดในที่สาธารณะ
1. ให้ข้อมูล กำหนดการ รายละเอียดของงาน
2. แนะนำ วิทยากร และผู้ที่เกี่ยวข้อง
3. เริ่มงาน กล่าวทักทาย/ต้อนรับ นำ เข้าพิธีการเชิญวิทยากร
4. เชื่อมลำดับแต่ละรายการ
5. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างดำเนินรายการ
น้ำเสียง มีส่วนสำคัญในการสื่อสารความหมาย บอกอารมณ์ ความรู้สึกที่แสดงออกมา เราควรใช้น้ำเสียงที่เหมาะสม คือ น้ำเสียงที่แสดงความเป็นมิตร เป็นกันเอง น่าไว้ใจ ไม่ห้วน ไม่มีหางเสียง ไม่ประชดประชัน ไม่เย้ยหยันเหน็บแหนม
หากเลือกใช้น้ำเสียงผิด ความหมายของคำหรือประโยคที่พูดก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ น้ำเสียง โทนเสียงที่เปล่งออกมาของผู้พูด ประกอบกับความเร็วในการพูด มีผลต่อจินตนาการของผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเป็นกันเอง รู้จักกัน และเป็นคนใกล้ชิดกัน ส่งผลต่อความสนิทใจ ความต้องการติดตามรายการต่อดีเจ และสถานี
การจัดรายการวิทยุ หลายคนจะคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่น้อยคนที่จะเข้าใจและทำออกมาได้ดี วันนี้เราจะมาแชร์เทคนิค เพื่อให้ทุกคนเอาไปปรับใช้ได้
แผนผังต้นไม้ หรือ Problem Tree เป็นแผนผังที่ใช้ในการค้นหาสาเหตุของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของปัญหาในลักษณะเหตุและผลซึ่งกันและกัน ช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุด ตรงประเด็นมากขึ้น
ส่วนลำต้นของต้นไม้ จะแสดงส่วนของปัญหาหลักที่เรากำลังวิเคราะห์
ส่วนรากของต้นไม้ จะใช้วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา
ส่วนยอดของต้นไม้ จะแสดงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหา
Crop Calendar เป็นแผนภาพที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดของการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ทางการเกษตร ส่วนใหญ่จะแสดงเป็นรายเดือน จะถึงความต้องการปัจจัยการผลิตในแต่ละช่วงเวลา เช่น ปริมาณน้ำฝน แรงงาน การใช้น้ำ ราคาปัจจัยการผลิตในแต่ละช่วงเวลา
การทำ Crop Calendar จะช่วยให้เกษตรกรรู้จักและเข้าใจพื้นที่ของตัวเอง ได้ตระหนักถึงคุณค่าทรัพยากรต่างที่มีอยู่ และยังทราบถึงปัญหาของตนเองได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย
Fishbone Diagram หรือแผนผังก้างปลา เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยคำนึงถึงปัญหาและสาเหตุ จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัญหากับสาเหตุทั้งหมดที่เป็นไปได้ที่อาจก่อให้เกิดปัญหานั้นขึ้น
ส่วนต่างๆ ของ Fishbone Diagram แสดงถึง
1. หัวปลา แสดงถึงปัญหา
2. ก้างใหญ่ แสดงส่วนของสาเหตุหลัก
3. ก้างเล็ก แสดงถึงส่วนของสาเหตุรอง และสาเหตุย่อย
การใช้ Fishbone Diagram จะใช้ก็ต่อเมื่อต้องการค้นหาสาเหตุของปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ให้เห็นไปถึงสาเหตุหลัก และสาเหตุย่อยของปัญหานั้น และเมื่อมีข้อมูลใน Fishbone Diagram ที่สมบูรณ์แล้ว จะทำให้เราสามารถมองเห็นภาพรวมของสาเหตุของปัญหาทั้งหมด จนนำไปสู่การค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไปได้
Mind Map หรือแผนที่ความคิด เป็นเครื่องมือในการระดมความคิดเห็นเวลาที่เราไปจัดเวทีชุมชน ใช้ในการบันทึกความคิดเห็นของผู้ร่วมเวที ทำให้เห็นความคิดที่หลากหลายในมุมมองที่กว้างและชัดเจน แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของประเด็นความคิดเห็นได้
หากผู้บันทึกมีฝีมือทางวาดรูป อาจใช้รูปสัญลักษณ์แทนข้อความได้ เช่น วาดรูปถุงปุ๋ย วาดข้าว วาดเกษตรกร แทนการเขียนเป็นข้อความ
ในกรณีที่ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญหรือข้อตกลงด้วยการนับคะแนน อาจแจกสติกเกอร์ให้ผู้เข้าร่วมเวทีนำไปติดในประเด็นที่ต้องตัดสินใจก็ได้ และเพื่อความสวยงามและง่ายต่อการอ่าน การเขียนข้อความลงบน Mind Map ควรเขียนในแนวเดียว และสามารถอ่านได้จากมุมเดียว ไม่ควรหมุนกระดาษ เพื่อเขียนข้อความ