เครื่องมือออนไลน์สำหรับงานส่งเสริมการเกษตร

เครื่องมือสำหรับจัดประชุมออนไลน์

เครื่องมือที่ช่วยเปิดประชุมผ่านระบบออนไลน์ได้ในทุกอุปกรณ์

ZOOM
Microsoft Teams
LINE
Google Meet
 

เครื่องมือสำหรับสร้างสรรค์สื่อ

เครื่องมือที่ช่วยสร้างสื่อ VDO และ Infographic ได้ง่ายๆ แม้ไม่มีพื้นฐานด้านงานผลิตสื่อ

Canva
Flexclip

เครื่องมือสำหรับแชร์ข้อมูลเอกสาร

เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการไฟล์ข้อมูลร่วมกันได้ทุกที่ทุกเวลา

Google Drive
Dropbox
Microsoft Onedrive

เครื่องมือสำหรับจัดกระบวนการ

เครื่องมือที่ช่วยจัดเวทีชุมชน จัดประชุม หรือจัดกระบวนการต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือออนไลน์

Padlet
Coggle
Quizizz
Mentimeter
Google Jamboard

แผนผังก้างปลา (Fish Bone)

แผนผังก้างปลา (Fish Bone) หรือแผนผังสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram)
เป็นแผนผังที่ใช้แสดงความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบระหว่างสาเหตุหลาย ๆ สาเหตุที่เป็นไปได้ที่ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาหนึ่งปัญหา โดยจะใช้เมื่อต้องการจะวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง

เมื่อไหร่จึงจะใช้แผนผังก้างปลา…
1. เมื่อต้องการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา
2. เมื่อต้องการทำการศึกษา ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จักกับกระบวนการอื่น ๆ เพราะว่าโดยคนส่วนใหญ่จะรู้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ของตนเท่านั้น แต่เมื่อมีการทำผังก้างปลาแล้ว จะทำให้เราสามารถรู้ปัญหารวมง่ายขึ้น
3. เมื่อต้องการให้เป็นแนวทางในการระดมสมอง ซึ่งจะช่วยให้ทุก ๆ คนให้ความสนใจในปัญหาของกลุ่มซึ่งแสดงไว้ที่หัวปลา

วิธีการทำแผนผังก้างปลา
สิ่งสำคัญในการสร้างแผนผัง คือ ต้องทำเป็นทีม เป็นกลุ่ม ใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอน
1. กำหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา วาดตามแนวนอนของกระดาษ เขียนปัญหาให้กระชับ ชัดเจน และเป็นประเด็นปัญหาประเด็นเดียว
2. กำหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญหานั้น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำแผนผังก้างปลา
3. ระดมสมองเพื่อค้นหาสาเหตุของแต่ละปัจจัยดังกล่าว และเพื่อหาสาเหตุย่อยในแต่ละปัจจัยด้วยคำถามแลกเปลี่ยน “ทำไมๆๆๆ…จึงเกิดขึ้น” หากผู้เข้าร่วมคิดสาเหตุไม่ออกสามารถแลกเปลี่ยนร่วมกันในเวทีได้แต่ต้องไม่ชี้นำทางความคิด
4. สอบทานความเป็นเหตุเป็นผลด้วยประโยคที่ว่า “เพราะ..(สาหตุ)…จึงทำให้เกิด…(ผล)…ของปัญหา
5. จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ โดยให้ความสำคัญกับสาเหตุที่มีผลกระทบกับหัวปลามาก ๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการแก้ปัญหา ทั้งนี้
ต้องเลือกสาเหตุที่จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหามาก แนวทางต้องง่าย ไม่ซับซ้อน ทำได้เอง
6. จัดทำแนวทางการปรับปรุงปัญหาตามสาเหตุหลักและสาเหตุรอง